ประวัติมัสมั่น แกงแขกที่กลายเป็นราชาแห่งแกงไทย
จงรักผัดไทย · อ่าน 5 นาที

แกงที่เดินทางมากับเครื่องเทศ
ถ้าพูดถึงแกงไทยที่มีกลิ่นอายต่างแดนชัดที่สุด คงหนีไม่พ้น “มัสมั่น” แกงกะทิรสหวานนัว หอมเครื่องเทศอบเชย กระวาน กานพลู ที่ไม่เหมือนแกงไทยทั่วไปเลย ความต่างนี้มีที่มา เพราะมัสมั่นเดินทางเข้าสยามพร้อมพ่อค้าชาวเปอร์เซียและมุสลิมที่เข้ามาค้าขายตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ยุคนั้นอยุธยาเป็นเมืองท่าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของโลกตะวันออก เครื่องเทศแปลกใหม่จากอินเดียและตะวันออกกลางจึงหลั่งไหลเข้ามา และค่อย ๆ ถูกครัวไทยหยิบมาปรับให้เข้ากับลิ้นคนไทย
ชื่อ 'มัสมั่น' มาจากไหน
หลายคนสงสัยว่าทำไมแกงนี้ชื่อแปลก ๆ นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่า “มัสมั่น” เพี้ยนมาจากคำว่า “มุสลิม” หรือ “Mussulman” ที่หมายถึงชาวมุสลิม สะท้อนต้นตำรับที่มาจากครัวของชาวมุสลิมโดยตรง
หลักฐานเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานของรัชกาลที่ 2 ที่เอ่ยถึง “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง” แสดงว่าแกงนี้เป็นที่รู้จักในราชสำนักไทยมาอย่างน้อยสองร้อยปีแล้ว
เครื่องแกงลูกผสมที่ลงตัว
เสน่ห์ของมัสมั่นคือการผสมสองโลกเข้าด้วยกัน เครื่องเทศแห้งแบบตะวันออกกลาง อย่างอบเชย ลูกกระวาน กานพลู ยี่หร่า มาเจอกับพริกแกง กะทิ และรสเปรี้ยวหวานแบบไทย ๆ จากมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บ
ที่ขาดไม่ได้คือมันฝรั่งกับถั่วลิสงคั่ว เนื้อวัวหรือไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม เคี่ยวนาน ๆ ให้เครื่องเทศซึมเข้าเนื้อ กลายเป็นแกงที่กินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือโรตีก็อร่อยไม่แพ้กัน
จากครัวอยุธยาสู่เวทีโลก
ปี 2011 สำนักข่าว CNN จัดอันดับให้มัสมั่นเป็นอาหารอร่อยที่สุดในโลก สร้างความภูมิใจให้คนไทยไปทั้งประเทศ และตอกย้ำว่าอาหารไทยไม่ได้มีดีแค่ผัดไทยหรือต้มยำ
ที่จงรักผัดไทย เราเชื่อว่าอาหารไทยทุกจานมีเรื่องเล่าซ่อนอยู่ ครั้งหน้าถ้าได้ลิ้มรสแกงหอม ๆ สักถ้วย ลองนึกถึงเส้นทางเครื่องเทศที่เดินทางข้ามทวีปมาลงหม้อแกงตรงหน้า แล้วอาหารจานนั้นจะอร่อยขึ้นอีกเป็นกอง