อยุธยา ราชธานีเก่ากับเส้นทางเครื่องเทศที่หล่อหลอมอาหารไทย
จงรักผัดไทย · อ่าน 4 นาที

ราชธานีที่รุ่งเรืองด้วยการค้า
กรุงศรีอยุธยาสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1893 (ค.ศ. 1350) โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือที่รู้จักกันในนามพระเจ้าอู่ทอง และดำรงความเป็นราชธานีของสยามยาวนานถึง 417 ปี ก่อนจะเสียกรุงในปี พ.ศ. 2310 ด้วยทำเลที่ตั้งอันเป็นเกาะล้อมรอบด้วยแม่น้ำสามสาย ทั้งเจ้าพระยา ป่าสัก และลพบุรี อยุธยาจึงกลายเป็นชุมทางการเดินเรือและเมืองท่าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค
พ่อค้าจากจีน อินเดีย เปอร์เซีย ญี่ปุ่น และชาติยุโรปต่างเดินทางเข้ามาค้าขาย โดยโปรตุเกสถือเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาติดต่อกับอยุธยาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1511 สิ่งที่พวกเขานำติดตัวมาด้วยไม่ได้มีเพียงสินค้า แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบและวัฒนธรรมการกินที่ค่อย ๆ ซึมซับเข้าสู่ครัวไทยอย่างแนบเนียน
พริกและวัตถุดิบใหม่ที่พลิกโฉมครัวไทย
หลายคนอาจแปลกใจว่า ก่อนสมัยอยุธยา อาหารไทยไม่ได้เผ็ดด้วยพริกอย่างทุกวันนี้ แต่อาศัยความเผ็ดร้อนจากพริกไทย ขิง และดีปลีเป็นหลัก พริกที่เราคุ้นเคยนั้นมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา และเดินทางมาถึงสยามผ่านพ่อค้าชาวโปรตุเกสในช่วงต้นกรุงศรีอยุธยา จนกลายเป็นหัวใจของรสชาติอาหารไทยในเวลาต่อมา
ไม่เพียงแต่พริก มะเขือเทศ ถั่วลิสง ข้าวโพด และมันฝรั่ง ก็ล้วนเดินทางเข้าสู่ไทยผ่านเส้นทางการค้าเดียวกัน นอกจากนี้ขนมไทยตระกูลทอง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ยังมีที่มาจากท้าวทองกีบม้า สตรีเชื้อสายโปรตุเกสในราชสำนักอยุธยา สะท้อนว่าอาหารไทยที่เราภูมิใจนั้นเป็นผลของการผสมผสานวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
จากครัวอยุธยาสู่จานผัดไทยของร้านจงรัก
มรดกสำคัญที่ตกทอดจากยุคอยุธยาคือแนวคิดเรื่องความสมดุลของรส ทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม และหวานที่กลมกล่อมในจานเดียว จานผัดไทยเองก็เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งความเปรี้ยวจากมะขามเปียก ความหอมมันจากถั่วลิสงคั่ว และความเผ็ดจากพริกป่น ล้วนเป็นวัตถุดิบที่มีรากมาจากการแลกเปลี่ยนในยุคการค้ารุ่งเรืองนั้น
ที่ร้านจงรักผัดไทย เราภูมิใจที่ได้สืบสานรสชาติซึ่งกลั่นกรองมาหลายร้อยปี คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่และปรุงด้วยความใส่ใจในทุกจาน เมื่อได้ลิ้มรสผัดไทยสักคำ ลองนึกถึงเรื่องราวอันยาวนานที่อยู่เบื้องหลัง แล้วคุณจะพบว่าอาหารจานโปรดนั้นอร่อยขึ้นอีกหลายเท่า